GULF กำไรไตรมาส 3 ร่วง 31.6% เหตุต้นทุนก๊าซพุ่ง-ขาดทุนค่าเงิน
GULF เผยไตรมาส 3 กำไรสุทธิ 1,087 ล้านบาท ลดลง 31.6% เหตุต้นทุนค่าก๊าซสูงขึ้น และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,087 ล้านบาท ลดลง 31.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 29.0% จากไตรมาส 2
กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ในไตรมาส 3 ปี 2565 เท่ากับ 2,167 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 29.7% จากไตรมาส 2
โดยหลักมาจากต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรของโรงไฟฟ้า SPPs ปรับตัวลดลง ประกอบกับได้รับส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม PTT NGD ด้วย
นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 บริษัทฯ บันทึกผลขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบบริษัทใหญ่และจากตราสารอนุพันธ์ของPTT NGD และ GULF GUNKUL รวมขาดทุนสุทธิ 1,080 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าในไตรมาส 3 ปีที่แล้ว ที่มีขาดทุนจารายการดังกล่าว 705 ล้านบาท แต่น้อยกว่าในไตรมาส 2 มีขาดทุนจากรายการดังกล่าว 1,551 ล้านบาท
สำหรับใน 9 เดือนแรกของปี 2565 Core Profit เท่ากับ 8,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 2-3 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล BKR2 ที่ได้รับค่าไฟสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รวมถึงมีกำรรับรู้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม INTUCH ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสามารถชดเชยผลกระทบจากราคาค่าก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 มีบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบบริษัทใหญ่และกำไรจากตราสำรองอนุพันธ์ของ PTT NGD และ GULF GUNKUL รวมขาดทุนสุทธิ 2,493 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนจากราการดังกล่าวรวม 1,457 ล้านบาท จึงส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ใน 9 เดือนแรกของปี 2565 เท่ากับ 6,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB